วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

BOEING


BOEING

โลโกของบริษัทโบอิง
มาต่อกันที่บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานและยุทโธปกรณ์ รายที่สองเลยนะครับ
โดย BOEING มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
โบอิงนับเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินที่มีรายได้มากที่สุดในโลก
และเป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์อันดับสองของโลก


โดยเราสามารถสังเกตง่ายๆ ว่าเครื่องบินที่เราโดยสารอยู่นั้นเป็นของผู้ผลิต BOEING หรือไม่นั้น 
เราสามารถสังเกตง่ายๆจาก รุ่นของเครื่องบินจะมีการนำ BOEING ไปนำหน้ารุ่นนั้นๆ นั่นเองครับ

Airbus-A3xx Series-6 (AIRBUS A380)


AIRBUS A380


                      เครื่องบิน แอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินห้องโดยสารสองชั้นขนาดใหญ่ ผลิตโดยแอร์บัสแอสอาแอส เครื่องบินสี่เครื่องยนต์ลำนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 800 คน หรือ 500 คนถ้าวางที่นั่งแบบ 3 ชั้นผู้โดยสารตามเครื่องบินพาณิชย์ปกติ เครื่องบินรุ่นนี้ได้ผ่านกำหนดการทดสอบการบินเที่ยวแรกในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2548 โดยบินขึ้นจากเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และได้ส่งมอบให้สิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2550

                     A380 รู้จักมาเป็นเวลาหลายปีในขณะที่มีแอร์บัสมีแผนการผลิต แอร์บัส A3XX โดยจะเป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเริ่มให้บริการ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550

                       เครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่นี้  ในเบื้องต้นจะผลิตขาย  2 แบบด้วยกัน คือ A380-800  เป็นแบบ 2 ชั้นสมบูรณ์แบบ สามารถจุผู้โดยสารได้ 555 คน ในชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ หรือถึง 800 คน ในชั้นประหยัด ในระยะการบิน 8,000 ไมล์ทะเล (14,800 กิโลเมตร) และแบบA380-800F เป็นเครื่องบินสำหรับบรรทุกโดยเฉพาะ บรรทุกสัมภาระได้ 150 ตัน สำหรับพิสัยการบินระยะ 5,600 ไมล์ (10,400 กิโลเมตร)

                         ปัจจุบันในประเทศไทยมียังมีเพียงแค่สายการบินเดียวเท่านั้น ที่ใช้เครื่องบินแบบนี้  คือ การบินไทย และได้รับนามพระราชทานว่า ศรีรัตนะ
                    โดยการสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ การสังเกตขนาด และล้อ ขณะที่กางออกเพราะจะมีมากมาย ถึง 22 ล้อเลย

Airbus-A3xx Series-5 (AIRBUS A350)



AIRBUS A350


                แอร์บัส เอ 350 เป็นอากาศยานขนาดกลางลำตัวกว้าง แบบใช้เครื่องยนต์ 2 ตัว มีพิสัยบินระยะไกล พัฒนาโดยแอร์บัส เอส.อาร์.เอส. เอ350 มี 2 รุ่น คือ -800 สามารถจุผู้โดยสารได้ 253 ที่นั่ง ในการจัดแบบ 3 ชั้นบิน มีพิสัยบิน 16,300 กิโลเมตร (8,800 ไมล์ทะเล) และรุ่น -900 สามารถจุผู้โดยสารได้ 300 ที่นั่ง ในการจัดแบบ 3 ชั้นบิน มีพิสัยบิน 13,890 กิโลเมตร (7,500 ไมล์ทะเล)และมีการพัฒนาต่อ โดยเครื่องรุ่นใหม่จะมีลำตัวที่กว้างกว่าเดิม สามารถจุผู้โดยสารได้ 9 คนต่อแถว สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด เมื่อเทียบกับ 787 ที่จุได้ 8 - 9 คนต่อแถว และ 777 ที่จุได้ 9 - 10 คนต่อแถว และแอร์บัสได้เปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ในงาน ฟาร์นโบโรแอร์โชว์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 และเรียกชื่อรุ่นว่า เอ 350 XWB (มาจาก Xtra Wide Body) 


                  เครื่องรุ่นใหม่นี้ได้รับการสนองตอบอย่างดี โดยมีสิงคโปร์แอร์ไลน์ ที่ส่งคำสั่งซื้อเพียง 4 วันหลังจากการเปิดตัว ถึง 20 ลำ และพิจารณาไว้อีก 20 ลำ ทั้งนี้แอร์บัสจะออก เอ350 ออกมา 3 รุ่น คือ -900 ซึ่งจะเป็นุร่นแรกของ 350 จะเริ่มให้บริการในปีพ.ศ. 2556 จากนั้นจึงจะออกรุ่น -800 และ -1000 ภายหลังประมาณ 12 เดือน และ 24 เดือน ตามลำดับ

                  โดยการสังเกตสามารถทำได้โดยสังเกตบริเวณของกระจกหน้าแบบใหม่คล้ายกับการใส่แว่นตาให้กับเครื่องบิน


และในส่วนของ Winglet ค่อนข้างสวยงามและทันสมัย


Airbus-A3xx Series-4 (AIRBUS A340)


AIRBUS A340


           

           แอร์บัส เอ 340 (Airbus A340) เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีลักษณะพิเศษ คือลำตัวที่กว้าง ทำให้สามารถจัดสรรที่นั่งสำหรับผู้โดยสารได้มากสูงสุดประมาณ 330 ที่ และเป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีระยะทางการบินอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในปัจจุบันคือ 15,742 กิโลเมตร ทั้งนี้ระยะทางการบินต่อเนื่องสูงสุดขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น จำนวนนำหนักที่บรรทุก อัตราความเร็ว และรุ่นของ A340 ที่มีอยู่ 6 รุ่นคือ 200/300/300E/500/600 และ 8000

         A340 เป็นเครื่องบินที่มีชั้นโดยสาร 1 ชั้น มีเครื่องยนต์ 4 เครื่องยนต์อยู่ที่ปีกทั้งสองข้าง ข้างละ 2 เครื่องยนต์ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการบินสูงขึ้น เนื่องจากเครื่องยนต์ 4 เครื่องสามารถให้เครื่องบินบินขึ้นได้ โดยใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องบินแบบที่มีเครื่องยนต์เพียงสองเครื่อง เช่น A320

           ปัจจุบันในประเทศไทย มีสายการบินสองสายการบินที่ใช้เครื่องรุ่นนี้ได้แก่ THAI Airways และ Chaba Air ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้ถือว่าไม่เป็นที่นิยมของสายการบินต่างๆเนื่องจาก สูบน้ำมันมากๆ และไม่คุ้มที่จะมาใช้ทำการพาณิชย์ ตอนนี้การบินไทยก็กำลังทยอยขายเครื่องบินรุ่นนี้ไป ส่วนชบาแอร์ก็ยังไม่ได้ทำการขึ้นบินแต่อย่างใด

          โดยการสังเกตเครื่องบินรุ่นนี้ ง่ายที่สุดคือการสังเกต เครื่องยนต์ ครับ เพราะรุ่นนี้จะมีเครื่องยนต์ ทั้งหมด 4 เครื่องยนต์

Airbus-A3xx Series-3 (AIRBUS A330)


AIRBUS A330

 
                    แอร์บัส  เอ 330 เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง  มีความจุมาก  เป็นอากาศยานที่มีพิสัยบินระยะปานกลางถึงระยะไกล โครงสร้างของ แอร์บัส 330 ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการออกแบบโครงสร้าง ใช้วัสดุผสมยุคใหม่และอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษมาประกอบเป็นตัวโครงสร้างและพื้นผิว ซึ่งสามารถลดน้ำหนักของตัวเครื่องลงได้มาก ลดค่าบำรุงรักษาและยังประหยัดน้ำมัน การออกแบบปีกที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ได้สมรรถนะที่ดีทั้งขณะที่บินขึ้นและร่อนลงจอด และยังทำความเร็วได้เหมาะสมกับอัตตราบรรทุกและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 
                    ปัจจุบันในประเทศไทยมีสายการบินสองสายการบินที่ใช้เครื่องรุ่นนี้ได้แก่ THAI AIrways และ Thai AirAsia X ที่พึ่งมาเปิดให้บริการล่าสุดในประเทศไทย
               โดยลักษณะโดยทั่วไปคล้าย A300 เหมือนกัน  ทั้งประตูก็มี 4 บานและตำแหน่งเดียวกันกับ A300 แต่ละตัวจะยาวกว่า A300 จุดที่สังเกตง่ายที่สุดสำหรับ A330 นั้นคือส่วนของ winglet เพราะ winglet ของ A330 จะเป็นลักษณะหักปลายขึ้นเป็นมุมชัดเจน  ทำให้เราสามารถเห็นแล้วจะมองออกทันทีว่าเป็น A330 ครับ

Airbus-A3xx Series-2 (AIRBUS A320 Family)



AIRBUS A320



             แอร์บัส เอ 320 เป็นอากาศยานที่มีพิสัยบินระยะใกล้ถึงปานกลาง เริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยแอร์ฟรานซ์ และยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดการผลิตมากกว่า 3,000 ลำ ทำให้ เอ 320 เป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีการผลิตมากเป็นอันดับสอง เป็นรองคู่แข่งอย่างโบอิง 737

             ปัจจุบันในประเทศไทย  มีสายการบินเป็นจำนวนมาก นิยมใช้เครื่องบินแบบนี้   ได้แก่ THAI Smile , Thai AirAsia , Bangkok Airways , R Airlines และ U Airlines โดยรุน่นนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก สำหรับสายการบินโลวคอสและกำลังแข่งขันอยู่กับ BOEING 737

             โดยสังเกตได้จากประตูข้างละ 4 บาน คือมีประตูหน้าและหลังอย่างละ 1 บาน   ส่วนอีก 2 บานนั้น  สำหรับ A320 จะสังเกตได้ว่าประตูทั้ง 2 จะอยู่ติดกันที่กลางลำตัวบริเวณบนปีกครับ (ตำแหน่งอยู่ภายในปีก)  ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของรุ่นนี้ครับ


ซึ่ง แอร์บัส เอ 320 นั้นมีการปรับปรุงอยู่หลายครั้งเพื่อเอื้อต่อการใช้งาน จึงมีรุ่นใน ซีรีย์ เอ 320 มากมาย ดังนี้

เอ 320/เอ 321 Sharklet

Sharklet เป็นอุปกรณ์ปลายปีก (wing tip) ที่แอร์บัส ได้ออกแบบใหม่สำหรับเครื่องบินรุ่น เอ320/เอ321 ที่จะช่วยลดการไหลเวียนของอากาศที่มีแรงดันสูงใต้ปีกไปยังพื้นที่เหนือปีกที่อากาศมีแรงดันตํ่ากว่า และยังช่วยลดแรงดึงที่ปลายปีกของเครื่องบิน ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดการใช้เชื้อเพลิงลงถึงร้อยละ 4 จาก wing tip แบบเดิม หรือทำให้เครื่องบินมีพิสัยบินได้ไกลขึ้นราว 100 ไมล์ทะเลหรือบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นอีก 450 กิโลกรัม

เอ 319

ปรับปรุงจาก 320 โดยเปลี่ยนความยาวลำตัวเครื่องให้สั้นลง แต่ใช้ปริมาณเชื้อเพลิงเท่ากับ 320-200 ทำให้บรรทุกผู้โดยสารได้ 124 คน และมีพิสัยบินประมาณ 7,200 กิโลเมตร (3,900 ไมล์ทะเล) โดยทั้ง 320 และ 319 ต่างก็ได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นอื่นๆในตระกูล 320 โดยมีลูกค้าสำคัญอย่างสายการบินตุ้นทุนต่ำ ซึ่งจัดที่นั่งใหม่เป็น 156 ที่นั่ง ในการจัดแบบชั้นประหยัดอย่างเดียว ให้บริการอยู่กว่า 120 ลำ

เอ 319CJ

เป็นการปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องบินส่วนตัว และเพิ่มถังเชื้อเพลิงแทนที่ห้องสินค้าทำให้เพิ่มพิสัยบินเป็น 12,000 กิโลเมตร (6,500 ไมล์ทะเล) และแม้ต้องการจะปรับมาใช้เป็นเครื่องบินโดยสารก็สามารถปรับเปลี่ยนมาเป็น เอ 319 แบบมาตรฐานได้ดังเดิม ในบางครั้งเครื่องบินรุ่นนี้จะถูกเรียกว่า ACJ หรือ แอร์บัส คอร์ปอเรต เจ็ต

เอ 319LR

โดยรุ่นนี้จะจัดที่นั่งเป็นชั่นธุรกิจทั้งหมด ประมาณ 48 ที่นั่ง มีพิสัยบินประมาณ 8,300 กิโลเมตร (4,500 ไมล์ทะเล) โดยมีรุ่นที่คล้ายกันอย่าง 737-700ER เป็นคู่แข่งสำคัญ

เอ 321
ปรับปรุงจาก 320 โดยเพิ่มความยาวลำตัวเครื่อง และเพิ่มขนาดพื้นที่ของปีก เพื่อแข่งขันกับ 737-900/-900ER และ757 เพียงแต่ 321 มีพิสัยไม่เพียงพอสำคัญเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกอย่าง 757 และ321-100 สามารถจุผู้โดยสารได้ 186 ที่นั่ง มีพิสัยบิน 4,300 กิโลเมตร (2,300 ไมล์ทะเล) 321-200 สามารถจุผู้โดยสารได้ 186 ที่นั่ง แต่เพิ่มความจุเชื้อเพลิง ทำให้มีพิสัยบินไกลมากขึ้นเป็น 5,500 กิโลเมตร (3,000 ไมล์ทะเล)

เอ 318
รู้จักกันในชื่อ มินิแอร์บัส เนื่องจากเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดของตระกูล 320 โดยมีความยาวสั้นกว่า 319 อยู่ 6 เมตร และหนักน้อยกว่าอยู่ 14 ตัน ทำให้สามารถจุผู้โดยสาร 109 ที่นั่ง ในการจัดแบบ 2 ชั้นบิน มีพิสัยบินประมาณ 2,750 ถึง 6,000 กิโลเมตร โดยสามารถแข่งขันได้กับ 737-600 และดักลาส ดีซี-9 และโบอิงก็ได้พัฒนารุ่น โบอิง 717 มาแข่งเช่นกัน

เอ 318 อีลีท

ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 แอร์บัสได้เปิดตัวเครื่องบินส่วนตัว เอ 318 อีลีท เพื่อแข่งขันในตลาดพิสัยบินปานกลาง จุผู้โดยสารประมาณ 14 - 18 ที่นั่ง

สรุปแล้ว เครื่องบินซีรีย์ A320 Family

Airbus-A3xx Series-1 (AIRBUS A300)



AIRBUS A300



             แอร์บัส เอ300 (Airbus A300) ขึ้นบินเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1972 และเริ่มรับผู้โดยสารเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1974 ซึ่งแอร์บัสมีคุณสมบัติ มีเสียงเงียบและประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเครื่องบินเจ๊ตโดยสารในขนาดเดียวกัน แอร์บัส เอ300 ใช้เครื่องยนต์เพียง 2 เครื่องเท่านั้น ปัจจุบันในประเทศไทย มีสายการบินเดียวที่ยังใช้เครื่องบินแบบนี้อยู่ คือ THAI Airways ครับ

         โดยวิธีการสังเกตุนั้นสามารถสังเกตได้โดย ประตูรุ่นนี้จะมีอยู่ด้านละ 4 บาน (รวมประตูฉุกเฉิน) ตำแหน่งจะอยู่ตรงด้าน หน้าและด้านหลังของเครื่อง อย่างละ 1 บาน   และอีก 2 บาน จะอยู่ด้านหน้าและด้านหลังระหว่างปีกของเครื่องบินครับ และ จุดที่ใช้สังเกต A300 อีกจุดคือตัว wingtip โดย wingtip ของ A300 นั้นจะเป็นรูปทรงคล้ายๆ 3 เหลี่ยมเล็กๆที่ปลายปีก ซึ่ง A300 นั้น  จะทั้งมีและไม่มีส่วนของ wingtip ครับ ขึ้นอยู่กลับรุ่น โดยรุ่นทีมีจะเป็นตัว top A300-600 หรือ AB6 ส่วนรุ่นที่ไม่มีจะเป็น B1, B2, B4 ครับ